การทำไดเลชั่น (Vaginal Dilation)

การทำไดเลชั่น (Vaginal Dilation)

การขยายช่องคลอดหรือการทำไดเลชั่น (Vaginal Dilation)

คนไข้และศัลยแพทย์มีความรับผิดชอบร่วมกันในผลลัพธ์การศัลยกรรม โดยศัลยแพทย์จะสร้างความลึกของช่องคลอดที่ลึกที่สุดโดยที่ยังปลอดภัยต่อคนไข้ ส่วนคนไข้ต้องปฏิบัติตามโปรแกรมการทำไดเลชั่นที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความลึกของช่องคลอด

การทำไดเลชั่นจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังภายในช่องคลอดเกิดการหดตัวและยังช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับผนังช่องคลอดได้อย่างดี เพื่อรองรับแท่งไดเลชั่นขนาดต่าง ๆ หากคนไข้ไม่ทำไดเลชั่นให้ถูกต้องและเพียงพอ ผิวหนังภายในช่องคลอดอาจหดตัว ซึ่งจะส่งผลให้ความลึกของช่องคลอดลดลง

ช่องคลอดที่ความลึกลดลงจากการหดตัวของผิวหนังภายในช่องคลอดเป็นภาวะที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ หมายความว่าคนไข้ไม่สามารถกลับไปทำไดเลชั่นตามปกติหรือทำให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อทำให้ช่องคลอดมีความลึกเท่าเดิมหลังการศัลยกรรมแปลงเพศได้

โปรแกรมการทำไดเลชั่นให้ความสำคัญกับเวลาทั้งหมดในแต่ละวันที่คนไข้ใช้ทำไดเลชั่น อยู่ที่ประมาณ 2 – 2.5 ชั่วโมงต่อวัน

ในช่วงปีแรกหลังการศัลยกรรม คนไข้ต้องทำไดเลชั่น 3 ครั้งต่อวัน ได้แก่ ช่วงเช้า 50 นาที ช่วงบ่าย 50 นาที และช่วงก่อนนอน 50 นาที

คนไข้จะได้รับแท่งไดเลชั่นทั้งหมด 5 ขนาด ได้แก่

  1. แท่งไดเลชั่น เบอร์ 0 เส้นผ่าศูนย์กลาง 20 มม.
  2. แท่งไดเลชั่น เบอร์ 1 เส้นผ่าศูนย์กลาง 23 มม.
  3. แท่งไดเลชั่น เบอร์ 2 เส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มม.
  4. แท่งไดเลชั่น เบอร์ 3 เส้นผ่าศูนย์กลาง 29 มม.
  5. แท่งไดเลชั่น เบอร์ 4 เส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มม.

โดยแท่งไดเลชั่นทุกแท่งจะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 8.5 นิ้ว

ขั้นตอนการทำไดเลชั่น

***คนไข้ต้องล้างมือและแท่งไดเลชั่นทั้งก่อนและหลังการทำไดเลชั่นด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนทุกครั้ง***

คนไข้ต้องใช้เจลหล่อลื่นทุกครั้งในการทำไดเลชั่น รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการฉีกขาดของผิวหนังที่บอบบางภายในช่องคลอด คนไข้ต้องใช้เจลหล่อลื่นจำนวนมากทาบริเวณปลายและด้ามของแท่งไดเลชั่น รวมถึงทาบริเวณปากช่องคลอดเพื่อทำให้สามารถสอดแท่งไดเลชั่นเข้าไปได้ง่ายขึ้น สามารถทาเจลหล่อลื่นเพิ่มได้ถ้าต้องการ

  1. เริ่มด้วยการนอนหงายและงอเข่า (เหมือนท่าตรวจภายใน) จากนั้นจัดตำแหน่งให้แท่งไดเลชั่นอยู่บริเวณปากช่องคลอด ใต้ปากท่อปัสสาวะ ขณะที่สอดแท่งไดเลชั่นเข้าไป คนไข้ควรเลื่อนปลายแท่งไดเลชั่นเข้าไปช้า ๆ สามารถหมุนแท่งไดเลชั่นได้เพื่อช่วยในการเปิดช่องคลอดได้
  2. สอดแท่งไดเลชั่นเข้าไปอย่างเบามือไปทางหลังล่างหรือกระดูกก้นกบจนสุดความลึกของช่องคลอด คนไข้ควรตรวจสอบตัวเลขบนแท่งไดเลชั่นอยู่เสมอด้วยการใช้กระจกที่มอบให้ เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้ได้ใส่แท่งไดเลชั่นจนสุดความลึกของช่องคลอดแล้ว คนไข้สามารถใช้แท่งไดเลชั่นขนาดเล็กที่สุดในขณะนั้นในการตรวจสอบความลึก
  3. เมื่อใส่แท่งไดเลชั่นเข้าไปจนสุดความลึกแล้ว คนไข้ต้องดันแท่งไดเลชั่นอย่างเบามือพร้อมกับแรงที่สม่ำเสมอเพื่อเป็นการขยายผิวหนังบริเวณปลายช่องคลอดเพื่อรักษาความลึกของช่องคลอดไว้จนครบระยะเวลาตามที่กำหนดในโปรแกรม
  4. เปลี่ยนแท่งไดเลชั่นเป็นขนาดถัดไปตามที่กำหนดในโปรแกรม และทำซ้ำตั้งแต่ข้อแรกจนครบตามโปรแกรม

หมายเหตุ

  • ห้ามพยายามผลักหรือดันแท่งไดเลชั่นไปที่ปลายช่องคลอดเพื่อทำการเพิ่มความลึกของช่องคลอด เพราะจะทำให้เกิดการฉีกขาดของผนังช่องคลอด ซึ่งอาจทำให้เลือดออกหรือช่องคลอดทะลุได้
  • คนไข้สามารถเลื่อนการเพิ่มขนาดแท่งไดเลชั่นตามโปรแกรมออกไปได้ หากยังรู้สึกไม่สบายกับแท่งไดเลชั่นขนาดที่ใช้ในปัจจุบัน
  • เมื่อคนไข้เริ่มใช้แท่งไดเลชั่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นเรื่องปกติที่คนไข้จะไม่สามารถสอดแท่งไดเลชั่นเข้าได้สุดความลึกของช่องคลอด แต่เรายืนยันว่าคนไข้จะสามารถสอดแท่งไดเลชั่นขนาดใหญ่ (เบอร์ 3 และเบอร์ 4) ได้ โดยจะค่อย ๆ ได้ความลึกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดช่องคลอดอย่างแน่นอนหากคนไข้ปฏิบัติตามโปรแกรมการทำไดเลชั่นอย่างครบถ้วนและเคร่งครัด
  • ช่วงปีแรกของการทำไดเลชั่น คนไข้ควรใช้แท่งไดเลชั่นเบอร์ 1 และเบอร์ 2 แม้ว่าคนไข้จะสามารถใส่แท่งไดเลชั่นเบอร์ 3 และเบอร์ 4 ได้แล้ว