การวางแผนศัลยกรรม

ขั้นตอนการนัดหมายวันศัลยกรรม

ขั้นที่ 1: อีเมล์

อีเมล์เป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการตอบคำถามหรือข้อสงสัยต่าง ๆ เนื่องจากคนไข้จะได้รับคำตอบอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นคำถามเกี่ยวกับการศัลยกรรมหรือรายละเอียดอื่น ๆ

ทีมงานฝ่ายบริหารของคลินิกศัลยกรรมความงาม นายแพทย์เชฏฐวุฒิ นำโดยคุณจิตตดา กิติยมงคล (สม) จะเป็นผู้ตอบคำถามทั้งหมดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ ส่วนคำถามเฉพาะทางเกี่ยวกับทางการแพทย์ นายแพทย์เชฏฐวุฒิจะเป็นผู้ตอบด้วยตัวเองทั้งหมด

คนไข้ต้องกรอกรายละเอียดใน “แบบฟอร์มข้อมูลคนไข้” ให้ครบถ้วนเพื่อแสดงข้อมูลทางสุขภาพของคนไข้

คนไข้ต้องไม่ปกปิดหรือปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัวของตน เนื่องจากโรคนั้น ๆ อาจส่งผลกับการศัลยกรรมหรือสามารถก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรมได้

การให้ข้อมูลที่เป็นจริงและถูกต้องที่สุดในแบบฟอร์มข้อมูลคนไข้ถือเป็นความรับผิดชอบของคนไข้

หากคนไข้ที่ต้องการนัดหมายวันศัลยกรรมแปลงเพศ กรุณาส่งจดหมายรับรองการทำศัลยกรรมแปลงเพศในรูปแบบไฟล์ JPEG หรือ PDF มาทางอีเมล์เพื่อให้นายแพทย์เชฏฐวุฒิทำการอนุมัติ – คนไข้สามารถดูรายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นในการศัลยกรรมแปลงเพศได้ที่ เอกสารที่จำเป็นสำหรับการศัลยกรรมแปลงเพศ

ในกรณีเร่งด่วน คนไข้สามารถติดต่อคุณสมได้ที่เบอร์ 083-133-5836 เฉพาะในเวลาทำการ ตั้งแต่ 10:00 – 16:00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์เท่านั้น

หากคนไข้ต้องการรับการประเมินและความเห็นจากแพทย์เกี่ยวกับการศัลยกรรมปรับรูปหน้าหรือการศัลยกรรมใบหน้าจากชายเป็นหญิง กรุณาส่งรูปภาพใบหน้าที่ชัดเจนมาทางอีเมล์ของเราในรูปแบบไฟล์ JPEG (ขนาดไฟล์ที่แนะนำคือ 350-700 KB ต่อภาพ) โดยคนไข้ต้องรวบผมขึ้น ไม่แต่งหน้า ไม่สวมแว่นตา และส่งถ่ายภาพใบหน้าใน 4 มุมมอง ได้แก่ มุมตรง มุมด้านข้าง 45 องศา มุมข้าง และมุมเสย

หากคนไข้ต้องการรับการประเมินและความเห็นจากแพทย์เกี่ยวกับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกหรือศัลยกรรมกระชับรูปร่าง กรุณาส่งรูปภาพหน้าอกหรือร่างกายส่วนดังกล่าวมาในรูปแบบไฟล์ JPEG (ขนาดไฟล์ที่แนะนำคือ 350-700 KB ต่อภาพ) โดยรูปภาพต้องมีความสมมาตรกันระหว่างด้านซ้ายและขวา กรุณาส่งภาพถ่ายใน 3 มุมมอง ได้แก่ มุมตรง มุมด้านข้าง 45 องศา และมุมข้าง

 

ขั้นที่ 2: นัดหมายวันศัลยกรรม

ตารางการศัลยกรรมโดยนายแพทย์เชฏฐวุฒิมักถูกจองล่วงหน้าเป็นเวลานาน เนื่องจากนายแพทย์เชฏฐวุฒิจะทำการศัลยกรรมใหญ่สำหรับคนไข้เพียงหนึ่งคนต่อวันเท่านั้น เมื่อคนไข้พร้อมนัดหมายวันศัลยกรรม คนไข้สามารถแจ้งเดือนที่ต้องการรับการศัลยกรรม โดยทีมงานฝ่ายบริหารจะเป็นผู้แจ้งวันศัลยกรรมที่สามารถทำได้ให้ทราบ

เมื่อสามารถตกลงวันศัลยกรรมได้แล้ว คนไข้ต้องทำการชำระเงินมัดจำ 20% จากค่าใช้จ่ายการศัลยกรรมทั้งหมดด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารหรือชำระที่คลินิกภายใน 7 วัน หากไม่มีการชำระเงินมัดจำภายในระยะเวลาที่กำหนด คนไข้อาจต้องเปลี่ยนวันศัลยกรรมหากคนไข้ท่านอื่นอาจทำการจองวันดังกล่าวไปแล้ว

 

ขั้นที่ 3: ตรวจร่างกาย

คนไข้ต้องตรวจร่างกายตามรายการที่ระบุให้ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 – 6 ก่อนวันศัลยกรรม ทางคลินิกจะไม่รับผลการตรวจร่างกายที่มีอายุมากกว่า 6 สัปดาห์ก่อนวันศัลยกรรม

หากคนไข้ได้รับผลการตรวจร่างกายแล้ว กรุณาส่งผลการตรวจร่างกาย ภาพเอกซเรย์ และจดหมายรับรอง (สำหรับศัลยกรรมที่จำเป็น) มาที่อีเมล์ของเราในรูปแบบไฟล์ JPEG หรือ PDF โดยเร็วที่สุด ทีมแพทย์ต้องทำการตรวจสอบผลการตรวจร่างกายอย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อนวันศัลยกรรมเพื่อความปลอดภัยของคนไข้

รายการการตรวจร่างกายของคนไข้แต่ละท่านจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของคนไข้ ดังนี้

คนไข้อายุต่ำกว่า 42 ปี

  1. CBC (red blood cell & white blood cell and platelet count)
  2. Anti HIV
  3. Cr (Creatinine)
  4. PT and PTT (ต้องการทั้งผล PT และ PTT)
  5. FBS (fasting blood sugar)
  6. Digital chest X-ray image และรายงานจากรังสีแพทย์

คนไข้อายุ 42 - 60 ปี

  1. CBC (red blood cell & white blood cell and platelet count)
  2. Anti HIV
  3. Cr (Creatinine)
  4. PT and PTT (ต้องการทั้งผล PT และ PTT)
  5. FBS (fasting blood sugar)
  6. Digital chest X-ray image และรายงานจากรังสีแพทย์
  7. Electrocardiogram (กราฟ EKG และการแปลผล)

คนไข้อายุ 60 ปีขึ้นไป

  1. CBC (red blood cell & white blood cell and platelet count)
  2. Anti HIV
  3. Cr (Creatinine)
  4. PT and PTT (ต้องการทั้งผล PT และ PTT)
  5. FBS (fasting blood sugar) and HbA1C
  6. Lipid profile
  7. Liver function test
  8. Digital chest X-ray image และรายงานจากรังสีแพทย์ (สำหรับด้านหน้าและด้านข้าง)
  9. Electrocardiogram (กราฟ EKG และการแปลผล)
  10. Exercise stress test (EST) และการแปลผลจากแพทย์โรคหัวใจ

การเอกซเรย์สำหรับการศัลยกรรมใบหน้าจากชายเป็นหญิง

คนไข้ที่ต้องการศัลยกรรมกรอหน้าผาก/ โหนกคิ้ว ศัลยกรรมเหลากราม หรือศัลยกรรมเหลาคาง ต้องทำการเอกซเรย์กะโหลกศีรษะในมุมด้านหน้า (AP View) และมุมด้านข้าง (True Lateral View) เพิ่มเติมจากการรายการการตรวจร่างกายตามกลุ่มอายุ

นอกจากนี้ ส่วนบนของกะโหลกศีรษะและส่วนล่างของคางต้องถูกรวมอยู่ในฟิล์มเอกซเรย์ด้วย

ขั้นที่ 4: ชำระค่าใช้จ่าย

คนไข้สามารถชำระค่าใช้จ่ายหลังหักค่ามัดจำแล้วด้วย 2 วิธีการ ได้แก่ (1) การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารและส่งหลักฐานการโอนเงินมาทางอีเมล์ info@chettawut.com พร้อมแจ้งชื่อ นามสกุล วันที่ศัลยกรรมและรายการศัลยกรรมที่จองไว้ (2) การชำระด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต (ชาร์จ 4% จากค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ที่คลินิกศัลยกรรมความงามนายแพทย์เชฏฐวุฒิ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนวันศัลยกรรมหรือ ณ วันที่รับการปรึกษาก่อนศัลยกรรม

เกณฑ์การคัดเลือกคนไข้และคำแนะนำสำหรับคนไข้

คนไข้ที่วางแผนศัลยกรรมกับนายแพทย์เชฏฐวุฒิ สามารถตรวจสอบเกณฑ์การคัดเลือกคนไข้ ดังนี้

  1. อายุ

คนไข้ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ หรือไม่เกิน 70 ปี

คนไข้อายุ 18 – 20 ปี ต้องได้รับการยินยอมในการทำศัลยกรรมจากบิดามารดา (บิดาและ/หรือมารดา) หรือผู้ปกครอง โดยผู้ปกครองต้องมาที่คลินิกศัลยกรรมความงามนายแพทย์เชฏฐวุฒิ พร้อมกับคนไข้ในวันที่มาปรึกษาหรือวันที่ชำระเงิน

บิดา มารดาหรือผู้ปกครองที่เป็นผู้เซ็นเอกสารยินยอมต้องแสดงเอกสารทางราชการเพื่อยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนไข้

  1. สุขภาพ

คนไข้ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและไม่มีความผิดปกติทางด้านกายภาพ ชีวภาพและจิตเวช

รายการต่อไปนี้คือโรคต้องห้ามสำหรับการผ่าตัดใหญ่ที่จำเป็นต้องมีการวางยาสลบ

  • โรคหัวใจ
  • โรคปอด
  • โรคไต
  • โรคตับ หรือ ไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี
  • ผู้ติดเชื้อเอชไอวี (ทั้งแบบแสดงอาการและไม่แสดงอาการที่มีค่าเอชไอวีเป็นบวก)
  • ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน
  • ผู้ที่เคยเป็นมะเร็ง ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง หรือโรคเรื้อรังที่อาจกระตุ้นความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน

แม้จะมีโรคดังกล่าว แต่หากคนไข้ได้รับการพิจารณาแล้วว่ามีความเสี่ยงต่ำ คนไข้จะได้รับอนุญาตในการทำศัลยกรรมเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งคนไข้ต้องมีผลตรวจร่างกายที่จำเป็นและจดหมายรับรองจากผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลอาการป่วยอย่างใกล้ชิดมาประกอบการพิจารณา

  1. น้ำหนัก

ดัชนีมวลกายหรือ Body Mass Index คือการวัดความสมดุลของน้ำหนักและส่วนสูง โดยดัชนีมวลกายของคนไข้ต้องมีค่าไม่ต่ำกว่า 33 ยกเว้นคนไข้ศัลยกรรมแปลงเพศโดยใช้ลำไส้ ซึ่งดัชนีมวลกายต้องต่ำกว่าหรือมีค่าเท่ากับ 25 เท่านั้น

คนไข้สามารถคำนวณดัชนีมวลกายของตนได้โดยนำน้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) และนำผลลัพธ์ข้างต้นมาหารด้วยความสูงอีกครั้ง

ตัวอย่าง

  • หากคนไข้หนัก 70 กก. สูง 175 ซม. (1.75 ม.) นำ 70 มาหารด้วย 1.75 ได้เท่ากับ 40
  • นำ 40 มาหารด้วย 1.75 คำตอบคือ 22.85 ซึ่งเป็นดัชนีมวลการของคนไข้

ขีดจำกัดสำหรับดัชนีมวลกายที่มีค่ามากกว่า 33 ขึ้นไป

  • หากคนไข้สูง 170 ซม. น้ำหนักสูงสุดที่ยอมรับได้คือ 95 กก.
  • หากคนไข้สูง 175 ซม. น้ำหนักสูงสุดที่ยอมรับได้คือ 101 กก.
  • หากคนไข้สูง 180 ซม. น้ำหนักสูงสุดที่ยอมรับได้คือ 107 กก.
  • หากคนไข้สูง 185 ซม. น้ำหนักสูงสุดที่ยอมรับได้คือ 113 กก.

คำแนะนำ - ก่อนวันศัลยกรรม

  1. หากคนไข้สูบบุหรี่ ทางคลินิกแนะนำให้คนไข้หยุดสูบบุหรี่เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนก่อนวันศัลยกรรม เนื่องจากส่วนประกอบที่เป็นพิษในบุหรี่อย่างนิโคตินและคาร์บอนมอนอกซ์ไซด์จะลดจำนวนออกซิเจนและการไหลเวียนของสารอาหารในเลือดไปสู่ผิวหนัง ส่งผลให้เกิดการขาดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้ร่างกายสมานแผลได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  2. แนะนำให้คนไข้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนวันศัลยกรรม สามารถชำระค่าใช้จ่ายที่เหลือหลังหักมัดจำ 20% ก่อนวันศัลยกรรมอย่างน้อย 7 วัน หรือวันที่รับคำปรึกษาก่อนการศัลยกรรม
  3. คนไข้ต้องหยุดทานยาแอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ฮอร์โมนเอสโตรเจน และยาในกลุ่ม NSAID ทั้งหมด เช่น Ibruprofen (Advil) หรือ Diclofinac (Voltaren) อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันศัลยกรรม
  4. คนไข้ศัลยกรรมแปลงเพศต้องนำจดหมายรับรองฉบับจริงที่มีลายเซ็นของจิตแพทย์มาแสดงในวันรับคำปรึกษา
  5. คนไข้ต้องส่งเอกสารและผลการตรวจร่างกายทั้งหมดในรูปแบบไฟล์ JPEG หรือ PDF มาทางอีเมล์ info@chettawut.com มาให้เร็วที่สุด (อย่างน้อย 3 – 4 สัปดาห์ก่อนการศัลยกรรม) เพื่อทีมแพทย์จะสามารถใช้เวลาในการประเมินสุขภาพของคนไข้ได้อย่างละเอียด

คำแนะนำ – วันศัลยกรรม

  1. สระผมและทำความสะอาดร่างกายให้สะอาดในเช้าวันศัลยกรรม
  2. ห้ามโกนขนบริเวณที่จะทำศัลยกรรมด้วยตนเอง หากจำเป็นต้องกำจัดขนในบริเวณดังกล่าว พยาบาลของเราจะจัดการให้
  3. สวมเสื้อผ้าหลวม ๆ สบาย ๆ มาในวันศัลยกรรม

คำแนะนำ - ก่อนการศัลยกรรม

  1. ก่อนศัลยกรรม คนไข้ต้องอดอาหารเพื่อให้กระเพาะอาหารว่างเปล่าเพื่อป้องกันการสำลัก หากกระเพาะอาหารไม่ว่างเปล่า อาจมีเศษอาหารที่จะไปอุดตันทางเดินหายใจ หรือกรดที่จะก่อให้เกิดการไหม้และการอักเสบ และแบคทีเรียที่สามารถทำให้ปอดบวมได้
  • ศัลยกรรมตอนเช้า (ก่อนเที่ยงวัน) ห้ามทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มใด ๆ หลังเที่ยงคืน
  • ศัลยกรรมตอนบ่าย (หลังเที่ยงวัน) ห้ามทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มใด ๆ หลัง 7 โมงเช้าของเช้าวันศัลยกรรม
  1. ยาทาเล็บและเล็บต่อบนนิ้วชี้และนิ้วกลางต้องถูกล้างหรือถอดออกอย่างน้อย 1 วันก่อนการศัลยกรรม เนื่องจากในระหว่างการศัลยกรรม เซนเซอร์ตรวจวัดออกซิเจนจะถูกติดไว้ที่นิ้วของคนไข้ ตัวเซนเซอร์จะถูกติดบนเล็บเพื่อตรวจวัดปริมาณออกซิเจนในเลือดของคนไข้ได้อย่างแม่นยำ
  2. เครื่องประดับทุกชนิด เช่น แหวน ต่างหูและจิวเวลรี่เจาะร่างกายที่ทำจากโลหะต้องถูกถอดออกทั้งหมดอย่างน้อย 1 วันก่อนการศัลยกรรม เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ผ่าตัดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก หากคนไข้สวมเครื่องประดับที่ทำจากโลหะซึ่งสัมผัสกับผิวหนัง คนไข้อาจได้รับรอยไหม้จากกระแสไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าวได้

การจัดการความเจ็บปวดหลังศัลยกรรม

หลังการศัลยกรรม ระดับความเจ็บปวดของคนไข้จะถูกประเมินเพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะรู้สึกสบายและปลอดภัย เนื่องจากความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล คนไข้จึงเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถรับรู้ถึงระดับความเจ็บปวดที่กำลังประสบอยู่ได้ ในการช่วยให้แพทย์สามารถวัดระดับความเจ็บปวดของคนไข้ได้ ทีมแพทย์จะให้คนไข้บอกถึงระดับของความเจ็บปวดตามลำดับจาก 0 ถึง 10

ลำดับคะแนนความเจ็บปวด คลินิกศัลยกรรมความงามนายแพทย์เชฏฐวุฒิ

ประเภทของยาแก้ปวดที่คนไข้จะได้รับจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของความเจ็บปวด

โดยทั่วไป ความเจ็บปวดจะถูกควบคุมด้วยการให้ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรงทางการฉีดยาหลังจากการศัลยกรรม 6 ชั่วโมง จากนั้นจึงตามด้วยการให้ยาแก้ปวดแบบรับประทาน (เช่น ทรามาดอล คนไข้จะได้รับทุก 4 – 6 ชั่วโมง)

ในกรณีที่ความเจ็บปวดอยู่ในระดับรุนแรง แพทย์จะมีการให้มอร์ฟีนหรือ Demerol (Pethidine) ด้วยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (ผ่านทางสายน้ำเกลือ) หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (มักฉีดบริเวณหัวไหล่หรือต้นแขน)