การศัลยกรรมหน้าอกและบั้นท้ายด้วยซิลิโคน

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ศัลยแพทย์จะทำการเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยการใช้ซิลิโคนเจลยี่ห้อ Allergan และ Mentor ซึ่งได้รับการรับรองแล้วว่าปลอดภัยและสามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีทั้งทรงกลมและทรงหยดน้ำเพื่อรองรับรูปทรงที่แตกต่างของหน้าอกและผลลัพธ์ที่คนไข้แต่ละท่านต้องการ คนไข้จะได้ปรึกษาศัลยแพทย์เกี่ยวกับขนาดของซิลิโคนที่ต้องการอย่างละเอียดในระหว่างการปรึกษาก่อนศัลยกรรม เรามีซิลิโคนให้เลือกตั้งแต่ขนาด 200 – 800 ซีซี

ซิลิโคนเสริมหน้าอก

ซิลิโคนที่เราคัดสรรเพื่อใช้ในการเพิ่มขนาดหน้าอกคือซิลิโคนชนิดเจลคืนตัวที่มีความหนืด (Cohesive Memory Gel Implants) ผลิตโดยบริษัท Allergen และบริษัท Mentor Cooperation ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและมีอายุการใช้งานยาวนาน

เรามีซิลิโคนให้เลือกทั้งทรงกลมและทรงหยดน้ำ ทั้งนี้เพื่อให้เข้ากับลักษณะเนื้อเยื่อหน้าอกและความต้องการของคนไข้ เรามีซิลิโคนขนาดตั้งแต่ 200 – 800 cc โดยศัลยแพทย์จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาเพื่อเลือกขนาดที่เหมาะสม

ศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเจล

ซิลิโคนสำหรับเสริมหน้าอกได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของคนไข้แต่ละท่านที่ต้องการให้หน้าอกมีความสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติและน่าพึงพอใจ แต่ยังมีการคำนึงถึงความปลอดภัย ความคงทน และตัวเลือกต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไข้อีกด้วย การศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การเลือกประเภทและขนาดของซิลิโคนที่เหมาะสมกับเนื้อเยื่อหน้าอกและโครงสร้างทรวงอก ผิวชั้นนอกของซิลิโคนเสริมหน้าอกทุกประเภทล้วนทำจากซิลิโคน แต่ส่วนประกอบภายในจะแตกต่างกัน มีทั้งที่เป็นเจลและน้ำเกลือ ส่วนด้านนอกของซิลิโคนที่ทำหน้าเป็นถุงและให้ความยืดหยุ่นมีทั้งแบบผิวเรียบและผิวทราย

หน้าอกที่เสริมด้วยซิลิโคนผิวทรายมีแนวโน้มที่ก่อให้เกิดพังผืดน้อยกว่าซิลิโคนผิวเรียบ เนื่องจากผิวขรุขระของซิลิโคนผิวทรายทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะที่ดีให้กับคอลลาเจน ในบางกรณี อายุการใช้งานของซิลิโคนเสริมหน้าอกอาจไม่ยาวนานตลอดชีวิต ซิลิโคนที่ภายในบรรจุด้วยน้ำเกลือมีอัตราการรั่วซึมมากกว่าแบบเจล ดังนั้นเราจึงแนะนำซิลิโคนแบบเจลที่มีความหนืดซึ่งคงทนต่อการรั่วซึม เนื่องจากเจลชนิดนี้มีความเชื่อมโยงระหว่างโมเลกุลมากกว่าเจลซิลิโคนทั่วไป นอกจากนี้ กรณีที่ถุงซิลิโคนด้านนอกฉีกขาด การรั่วของเจลนั้นพบได้ไม่บ่อยนัก (ไม่รั่ว) เราจึงมักแนะนำซิลิโคนทรงกลมที่มีความพุ่งต่ำถึงปานกลางเพื่อให้ได้หน้าอกที่อวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติและมีร่องอกที่สวยงาม

 

การเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอก

ขนาดของซิลิโคนเสริมหน้าอก วัตถุประสงค์ของศัลยกรรมหน้าอกคือการเสริมขนาดให้หน้าอกมีความสวยงาม มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับเรือนร่างของคนไข้และเป็นธรรมชาติ ขนาดของซิลิโคนจึงไม่ควรเล็กหรือใหญ่กว่าโครงสร้างทรวงอกของคนไข้ มีปัจจัยหลายอย่างในการเลือกขนาด เช่น ขนาดหน้าอกเดิม ขนาดหน้าอกที่ต้องการ สรีระร่างกาย รวมไปถึงลักษณะกล้ามเนื้อหน้าอกของคนไข้ หากคนไข้มีทรวงอกกว้าง โดยเฉพาะหากตำแหน่งของหัวนมห่างกันมากพอสมควร ควรเลือกซิลิโคนขนาดใหญ่ที่มีความพุ่งน้อยถึงปานกลาง (ฐานกว้าง) เพื่อร่องอกที่สวยงาม หากคนไข้มีหน้าอกหย่อนคล้อย ควรเลือกซิลิโคนขนาดค่อนข้างใหญ่ที่มีความพุ่งปานกลางถึงมาก เพื่อเนินอกที่เต่งตึงและยังได้ปรับตำแหน่งของหัวนมให้ดีขึ้น ซิลิโคนที่ขนาดใหญ่เกินไปจะทำให้ผิวหนังบางใสผิดปกติ และมีรอยย่นเป็นระลอก (เป็นคลื่น) ที่เห็นและ/หรือคลำรู้สึกได้

การวางซิลิโคน

เทคนิคในการวางซิลิโคนนั้นมี 2 วิธีด้วยกัน

  1. การวางซิลิโคนใต้เนื้อเยื่อหน้าอกแต่อยู่เหนือกล้ามเนื้อ (Sub-glandular Placement)
  2. การวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อหน้าอกและใต้เนื้อเยื่อนม (Submuscular or Subpectoral Placement)

โดยปกติ นพ. เชษฐวุฒิจะวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อหน้าอก เพราะวิธีนี้สามารถลดการเกิดพังผืดและรอยย่นเป็นระลอกที่เห็นและ/หรือคลำรู้สึกได้ ซึ่งเป็นลักษณะที่เชื่อมโยงกับความบางของเนื้อเยื่อที่ปกคลุม (ทั้งเนื้อเยื่อผิวหนังและหน้าอก)

วิธีการนวดหน้าอกที่ถูกต้องเพื่อป้องกันหน้าอกแข็งหลังการผ่าตัด

วัตถุประสงค์ของการนวดหน้าอกหลังการศัลยกรรมเสริมหน้าอกคือ การป้องกันไม่ให้เกิดการก่อตัวหนาของพังผืดหรือที่เรียกว่า Capsular Contracture ซึ่งจะทำให้หน้าอกแข็งและเสียรูปทรงได้ การกดน้ำหนักลงตรง ๆ บริเวณจุดศูนย์กลางของซิลิโคน เทคนิคของนพ.เชษฐวุฒิในการป้องกันพังผืดคือ การกดน้ำหนักลงบริเวณจุดศูนย์กลางของซิลิโคนเป็นเวลาต่อเนื่องประมาณ 5 – 10 นาที (ไม่ใช่การกดแล้วปล่อยหรือการนวดเฟ้น) เมื่อกดน้ำหนักลงอย่างถูกต้อง ซิลิโคนจะขยายตัวรอบทิศทางเพื่อยืดและดันเนื้อเยื่อรอบ ๆ ซิลิโคนออกไป ทำให้บริเวณที่ได้รับการผ่าตัดฟื้นตัวได้ดีโดยไม่มีการเกิดพังผืดหรือแผลเป็น การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอและถูกต้องตามวิธีการด้านล่างจะทำให้หน้าอกสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ และมีความนิ่มเหมือนหน้าอกธรรมชาติเมื่อถูกสัมผัสหรือถูกกด

เทคนิคการนวดหน้าอกที่ถูกต้อง

  1. คนไข้ต้องนั่งหรือยืนนวด ไม่ควรนอนนวดเพราะจะทำให้ไม่สามารถลงน้ำหนักบนหน้าอกได้อย่างเพียงพอ
  2. เริ่มต้นการนวดด้วยการวางมือข้างที่ถนัดบนหัวนม (ฝ่ามือด้านล่างต้องตรงกับหัวนมเพราะเป็นจุดศูนย์กลางของซิลิโคน) ไม่ควรใช้ฝ่ามือช่วงบนหรือใช้นิ้วกดเพราะจะไม่สามารถกดน้ำหนักได้เพียงพอ จากนั้นใช้มือข้างที่ไม่ถนัดวางทับลงบนมือข้างที่ถนัดและออกแรงกดโดยใช้ทั้งสองมือเพื่อที่จะได้มีแรงกดลงบนเต้านมมากที่สุด
  3. ออกแรงกดอย่างมั่นคงและต่อเนื่องเป็นเวลา 5 นาที จากนั้นทำอย่างเดียวกันกับหน้าอกอีกข้าง ข้อสำคัญคือต้องลงแรงกดอย่างต่อเนื่องตลอด 5 นาที และเพื่อการนวดที่ง่ายขึ้น คนไข้สามารถใช้น้ำหนักของตัวเองช่วยเพิ่มแรงกดได้ตามวิธีการในรูปด้านล่าง

วิธีที่ 1 – ท่านั่ง ใช้เข่ากดลงบนหลังมือ

วิธีที่ 2 – ท่ายืน ยืนพิงผนัง

คนไข้สามารถใช้วิธีใดก็ได้ที่รู้สึกว่าสามารถออกแรงกดได้มากที่สุดและต่อเนื่องที่สุด

  1. ควรนวดสลับข้าง เริ่มจากข้างซ้ายแล้วจึงมาข้างขวาอย่างน้อย 3 ครั้งต่อการนวดหนึ่งรอบ ซึ่งควรใช้เวลาทั้งหมด 30 นาที และควรนวดอย่างน้อย 3 รอบต่อวัน เพื่อเวลาการนวดหน้าอกทั้งหมดครบ 90 นาทีต่อวัน หากรู้สึกว่าหน้าอกแข็ง คนไข้ควรนวดหน้าอกมากกว่า 3 รอบต่อวันหรือใช้เวลานวดมากกว่าครึ่งชั่วโมงในแต่ละรอบ
  2. คนไข้ต้องนวดหน้าอกทุกวันเพื่อป้องกันการเกิดพังผืด นพ.เชษฐวุฒิแนะนำให้คนไข้นวดหน้าอกต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 1 ปีเพื่อผลลัพท์ที่ดีที่สุด หลังจาก 1 ปี คนไข้สามารถค่อย ๆ ลดเวลาในการนวดลงได้
  3. คนไข้ควรนวดหน้าอกด้วยตนเอง การให้บุคคลอื่นเป็นผู้นวดหน้าอกมักไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งเพิ่มโอกาสที่หน้าอกจะเกิดพังผืดได้

 

ศัลยกรรมเสริมบั้นท้าย

ศัลยกรรมเสริมบั้นท้ายเป็นหัตถการที่มีความละเอียดอ่อน มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้บั้นท้ายดูเต็มขึ้นเพื่อเพิ่มความโค้งเว้าให้กับสัดส่วนของร่างกาย ศัลยแพทย์จะใช้ซิลิโคนเจลที่มีความเหนียวเป็นพิเศษซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับการเสริมบั้นท้ายใต้กล้ามเนื้อโดยเฉพาะ ทำให้ซิลิโคนที่ใช้ในการศัลยกรรมนี้มีความแข็งแรงมากพอสำหรับแรงกดทับและสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต