คำถามที่พบบ่อย

 

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่ 1: นายเเพทย์เชฏฐวุฒิใช้เทคนิคใดในการศัลยกรรมแปลงเพศ

ตอบ: นายเเพทย์เชฏฐวุฒิใช้เทคนิค Non-Penile Inversion และใช้การปลูกถ่ายผิวหนัง (Skin Graft) ร่วมในการศัลยกรรมแปลงเพศ โดยพื้นฐาน แพทย์จะใช้ผิวหนังจากองคชาตและหนังหุ้มปลายมาใช้ในการบุช่องคลอด หากผิวหนังจากส่วนดังกล่าวไม่เพียงพอ ศัลยแพทย์จะทำการปลูกถ่ายผิวหนังเพิ่มเติมจากบริเวณต้นขา

นอกจากนี้ ยังมีการศัลยกรรมแปลงเพศด้วยการใช้ลำไส้ใหญ่แทนการใช้ผิวหนังจากองคชาตและหนังหุ้มปลาย แต่ไม่แนะนำสำหรับคนไข้ที่ต้องการศัลยกรรมแปลงเพศเป็นครั้งแรก เนื่องจากการศัลยกรรมแปลงเพศด้วยการใช้ลำไส้ใหญ่เป็นหัตถการที่มีความรุนแรงกว่า มีอาการแทรกซ้อนมากกว่า ใช้ระยะเวลาพักฟื้นนานกว่า ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการศัลยกรรมแปลงเพศแบบมาตรฐาน และที่สำคัญ การศัลยกรรมแปลงเพศด้วยการใช้ลำไส้ใหญ่เหมาะสำหรับการใช้เพื่อแก้ไขช่องคลอดหดตัวจากการศัลยกรรมแปลงเพศแบบมาตรฐาน จากการทำไดเลชั่นอย่างไม่เพียงพอหรือปัจจัยใด ๆ ก็ตาม

หากคนไข้ศัลยกรรมแปลงเพศด้วยการใช้ลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ครั้งแรกและต้องการผ่าตัดแก้ไขช่องคลอดที่หดตัว คนไข้จะไม่สามารถแก้ไขด้วยการศัลยกรรมแปลงเพศด้วยลำไส้ใหญ่ได้

คำถามที่ 2 : โรงเเรมและที่พักในเครือสำหรับพักฟื้นหลังการศัลยกรรมมีที่ใดบ้าง และราคาเท่าใด

ตอบ: ทางคลินิกมีโรงเเรมและที่พักในเครือสำหรับพักฟื้นหลังศัลยกรรมทั้งหมด 3 แห่ง แต่ละแห่งมีอัตราค่าที่พักต่อคืน ดังนี้

1.โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์

- 2,000 สำหรับ 1-2 ท่าน ไม่รวมอาหารเช้า

- 2,200 บาท สำหรับ 1 ท่าน รวมอาหารเช้า

- 2,500 บาท สำหรับ 2 ท่าน รวมอาหารเช้า

2.โรงแรมโนโวเทล บางนา

- 1,800 สำหรับ 1 ท่าน รวมอาหารเช้า

- 2,100 บาท สำหรับ 2 ท่าน รวมอาหารเช้า

3.โรงแรมบางกอกรามา  (บ้านสิริ พัฒนาการ)

- 1,060 สำหรับ 1-2 ท่าน ไม่รวมอาหารเช้า

- 1,100 สำหรับ 1 ท่าน รวมอาหารเช้า

- 1,200 บาท สำหรับ 2 ท่าน รวมอาหารเช้า

คำถามที่ 3: ก่อนการศัลยกรรมแปลงเพศ คนไข้ต้องส่งผลการตรวจร่างกายอะไรบ้าง

ตอบ: คนไข้ต้องส่งผลตรวจเลือดและเอกซ์เรย์ปอด ประกอบด้วย

  1. CBC (red blood cell & white blood cell and platelet count)
  2. Anti-HIV
  3. Cr (Creatinine)
  4. PT and PTT (ต้องการทั้งผล PT และ PTT)
  5. FBS (fasting blood sugar)
  6. Digital chest X-ray image และรายงานจากรังสีแพทย์

คำถามที่ 4: ข้อดีของการศัลยกรรมแปลงเพศที่คลินิกศัลยกรรมความงามนายแพทย์เชฏฐวุฒิคืออะไร

ตอบ: ด้วยเทคนิค Non-Penile Inversion ของนายแพทย์เชฏฐวุฒิ คนไข้จะสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนผู้หญิงทั่วไป ช่องคลอดจากการศัลยกรรมแปลงเพศแบบมาตรฐานจะมีความลึกที่ประมาณ 6.5 – 7 นิ้วคนไข้สามารถมีเพศสัมพันธ์และรับความรู้สึกทางเพศ รวมถึงสามารถถึงจุดสุดยอดได้เหมือนผู้หญิง รูปลักษณ์ของอวัยวะเพศที่ถูกสร้างขึ้นจะมีลักษณะเหมือนอวัยวะเพศหญิงทุกประการ

คนไข้สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างอวัยวะเพศที่จะถูกสร้างขึ้นได้อย่างละเอียด ที่นี่

คำถามที่ 5: การศัลยกรรมแปลงเพศใช้เวลาในนานเท่าใด

ตอบ: การศัลยกรรมแปลงเพศใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

คำถามที่ 6: การศัลยกรรมแปลงเพศแบบมาตรฐานกับการศัลยกรรมแปลงเพศด้วยลำไส้มีความแตกต่างกันอย่างไร

ตอบ: ผลลัพธ์จากการศัลยกรรมก็มีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ ดังนี้:

  • ความลึกของช่องคลอด
  • คุณสมบัติในการหล่อลื่น
  • การทำไดเลชั่น
  • ผลกระทบต่อผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง
  • ความเสี่ยง/ ภาวะแทรกซ้อน
  • ราคา
  • การฟื้นตัว

คนไข้สามารถอ่านข้อมูลด้านความแตกต่างของผลลัพธ์การศัลยกรรมอย่างละเอียดได้ ที่นี่

หมายเหตุ: นายแพทย์เชฏฐวุฒิไม่แนะนำให้คนไข้ศัลยกรรมแปลงเพศครั้งแรกเลือกการศัลยกรรมแปลงเพศด้วยลำไส้ เนื่องจากหากช่องคลอดของคนไข้หดตัวลงจากการทำไดเลชั่นอย่างไม่เพียงพอหรือปัจจัยใด ๆ ก็ตาม คนไข้จะไม่สามารถแก้ไขด้วยการศัลยกรรมแปลงเพศด้วยลำไส้มาแก้ไขช่องคลอดที่หดตัวลงได้

ต่างจากการศัลยกรรมแปลงเพศแบบมาตรฐาน หากคนไข้ประสบปัญหาช่องคลอดหดตัวจากการทำไดเลชั่นไม่เพียงพอหรือปัจจัยใด ๆ ก็ตาม คนไข้สามารถแก้ไขได้ด้วยการศัลยกรรมแปลงเพศด้วยลำไส้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

คำถามที่ 7: หากทานฮอร์โมนมาเป็นเวลานานจนทำให้ถุงอัณฑะหดตัว จะส่งผลกับความลึกของช่องคลอดหรือไม่

ตอบ: ก่อนการศัลยกรรมแปลงเพศ แพทย์จะมีการวางแผนและจัดเตรียมผิวหนัง หากคนไข้มีผิวหนังจากถุงอัณฑะไม่เพียงพอ แพทย์สามารถทำการปลูกถ่ายผิวหนังจากบริเวณต้นขาเพื่อให้ได้ผิวหนังเพิ่มเติมและเพียงพอต่อการสร้างช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่สามารถทำได้

หมายเหตุ: การปลูกถ่ายผิวหนังจากบริเวณต้นขาเป็นขั้นตอนเพิ่มเติมที่ทำในระหว่างการศัลยกรรมแปลงเพศ ซึ่งเป็นการนำผิวหนังบริเวณต้นขามาใช้โดยไม่ทำให้เกิดรอยเย็บหรือแผลเป็นเพิ่มเติม

***การปลูกถ่ายผิวหนังจากบริเวณต้นขา มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ***

คำถามที่ 8: หลังการศัลยกรรมแปลงเพศนานเท่าใดถึงสามารถเดินได้

ตอบ: ปกติแล้วคนไข้จะสามารถเดินได้ตามปกติหลังศัลยกรรมแปลงเพศประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ไม่แนะนำให้เดินระยะไกล ยกของหนักหรือขับรถ

หลังจากศัลยกรรมแปลงเพศแล้ว 3 เดือน คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

คำถามที่ 9: หลังศัลยกรรมแปลงเพศต้องทำไดเลชั่นนานเท่าใด

ตอบ: แพทย์แนะนำให้คนไข้ปฏิบัติตามโปรแกรมการทำไดเลชั่นทุกวันเป็นเวลา 2 ปี เพื่อรักษาความลึกของช่องคลอดที่ได้จากการศัลยกรรม

แม้จะต้องทำไดเลชั่นไปตลอดชีวิต แต่คนไข้สามารถปรับลดความถี่ลงให้เหลือเพียงอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้งได้หลังการศัลยกรรมครบ 2 ปีเป็นต้นไป